วิธีสอนให้เด็กๆรู้ค่าของเงิน

001

ผู้เขียน: วีร์ ศรีวราธนบูลย์

เชื่อว่าเกือบทุกบ้านก็คงปลูกฝังบุตรหลานให้ตั้งใจเรียน เพื่อที่จะได้มีหน้าที่งานการดีๆ มีรายได้สูงๆ แต่บางอย่างที่อาจลืมนึกกันไปก็คือ การสั่งสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าของเงิน ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าสอนให้ใช้เงินน้อยลงอย่างเดียว แต่รวมถึงสอนให้รู้จักความยากลำบากของการหาเงิน และประโยชน์ของการออม ทั้งสอนตรงๆ และการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

การสอนให้ลูกรู้จักความยากลำบากของการหาเงินไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ตอนที่เด็กยังเล็กเกินกว่าจะออกไปทำงานพิเศษในช่วงปิดเทอม พ่อแม่อาจเริ่มจากการสั่งสอนด้วยคำพูด และให้ทำงานต่างๆในบ้านเพื่อแลกกับเงินในปริมาณที่เหมาะสม แทนที่จะให้ค่าขนมเด็กโดยไม่มีอะไรตอบแทน และปรับเงินเมื่อเด็กทำความผิด

จอห์น ดี. ร็อกกีเฟลเลอร์ หนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ให้เงินค่าขนมลูกๆ เพียง 30 เซ็นต์ต่อสัปดาห์เท่านั้น และยังให้ทำบัญชีอีกด้วย การทำบัญชีก็เป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่จะให้เด็กตระหนักว่าตนเองใช้เงินไปเท่าไหร่ มีออมหรือไม่ นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกให้เก่งตัวเลข

เมื่อลูกโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น พ่อแม่สามารถให้เด็กทำงานพิเศษในช่วงปิดเทอม เช่น เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารใกล้บ้าน ทำงานรับจ้างเล็กๆน้อยๆ หรือเปิดร้านขายของออนไลน์ ซึ่งจะทำให้เขามีรายได้พิเศษ เนื่องจากเด็กวัยนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาคือการเที่ยวกับเพื่อน และเสื้อผ้า เราอาจให้เงินรางวัลในการทำความดี เช่น ถ้าต้องการให้ลูกออกกำลังกาย ก็ทำข้อตกลงกับเขาว่า ในการปั่นจักรยานทุกๆ 1 กิโล เขาจะได้เงิน 25 บาท หรือตามแต่จะเห็นสมควร

โดยปกติ เมื่อลูกเข้าใจความยากลำบากในการหาเงินแล้ว เขาก็จะรู้จักประหยัดเอง เพราะโดยธรรมชาติคนเราจะเห็นคุณค่าของเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของตนมากกว่าเงินที่ได้มาฟรีๆ แต่สิ่งสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่ต้องสอนคือเรื่องการออม สงสัยบ้างไหมว่า คนที่ถูกลอตเตอรี่ส่วนใหญ่ จะมีเงินมากขึ้นในเวลาสั้นๆ แต่ไม่ได้มีฐานะดีขึ้น หรือทำไมคนบางคนหาเงินได้มากมาย แต่กลับไม่ค่อยมีเงินเก็บ  และบางทียังมีหนี้อีกด้วย ในขณะที่บางคนหาเงินได้เท่ากันหรืออาจจะน้อยกว่า แต่มีเงินออม คำตอบก็คือ เขามีรายได้มากกว่ารายจ่าย อาจจะฟังดูกำปั้นทุบดินไปบ้าง แต่ความจริงก็คืออย่างนั้น

ควรให้เด็กมีบัญชีเป็นของตัวเองทันทีที่ทำได้ และสนับสนุนให้เขาฝากเงินเพิ่มเข้าไปทุกเดือน เพื่อที่เขาจะได้มีความภูมิใจ และฝึกเป็นนิสัยอันดีเอาไว้ นอกจากนั้นแล้ว ควรย้ำเตือนลูก และตนเองถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้เขารู้สึกจำเป็นต้องเก็บเงินมากขึ้น เช่น หากพ่อแม่ตกงาน พิการ หรือเสียชีวิต ลูกจะมีเงินพอหรือไม่ อีกวิธีหนึ่งคือสอนให้เขารู้สึกมีส่วนร่วมในทรัพย์สินเงินทองของพ่อแม่ มีความต้องการที่จะรักษาทรัพย์สินเงินทองของพ่อแม่ ซึ่งก็จะกลายเป็นของเขาในอนาคต หากคิดได้เช่นนี้ เขาก็จะพยายามประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ลดค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ทุกทางที่เป็นไปได้

การสอนเด็กๆให้รู้จักคุณค่าของเงินตั้งแต่ยังเล็ก นอกจากจะช่วยลดภาระของพ่อแม่แล้ว ยังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เราจะให้เขาได้นอกจากการศึกษา เพราะมันจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิด ชีวิตมั่นคง มีความสุข เพราะแม้เงินจะซื้อความสุขไม่ได้ แต่การมีเงินไม่พอใช้เป็นความทุกข์แน่นอน