กองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อสร้างวินัยในการออม

ข่าวดีสำหรับเด็กๆที่รักการออม

“กองทุนการออมแห่งชาติ” เรียกสั้นๆว่า กอช. เป็นกองทุนที่เป็นความหวังของคนอาชีพอิสระ ผู้มีรายได้น้อย รวมไปถึงเด็กๆที่เริ่มเรียนรู้การออม ที่จะสร้างวินัยการออมเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม

เปิดแล้ว ในวันนี้ 20 สิงหาคม 2558

ในปัจจุบันการออมเงินเพื่อเกษียณนั้นจะเป็นรูปแบบการออมเงินภาคบังคับที่มีเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น เช่น

  • ข้าราชการ มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
  • พนักงานเอกชน มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม

กองทุนการออมแห่งชาติเกิดมาเพื่อ

กลุ่มที่ 1 “กลุ่มคนทำงานอิสระ”

แม่บ้าน แม่ค้า/พ่อค้าที่ตลาดนัด พี่วินมอไซด์ คนขับแท็กซี่ คนเก็บขยะ ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ สำหรับทุกๆคนที่ไม่มีการออมเงินภาคบังคับแบบมนุษย์เงินเดือน เป้าหมายเพื่อจะได้มีเงินเก็บที่แน่นอนไว้ใช้ยามชรานั่นเอง

กลุ่มที่ 2 “เด็กวัยรุ่น”

นับว่า กอช.เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปลูกฝังนิสัยการออมตั้งแต่เด็ก นักเรียน นักศึกษาสามารถเริ่มออมได้ตั้งแต่อายุ 15-60 ปี ยิ่งออมเร็วยิ่งมีเงินเก็บมาก

 

ใครสิทธิสมัครกองทุนการออมแห่งชาติบ้าง?

1 เป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุตั้งแต่15 ปี ถึงไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
2 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข)
3 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
4 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น
5 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม
6 ไม่เป็น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
7 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
8 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนอื่นหรืออยู่ในระบบบำนาญอื่นตามที่จะกำหนดกฎกระทรวง

การจ่ายเงินสะสมเมื่อเป็นสมาชิกและเงินสะสมของภาครัฐ
สมาชิกกองทุนการออมจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50 บาท และไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี โดยรัฐจ่ายสมทบให้ตามสัดส่วนดังนี้
1.อายุ 15-30 ปี รัฐจ่ายให้ 50% ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 600 บาทต่อปี
2.อายุ 30-50 ปี รัฐจ่ายให้ 80%ของเงินสะสม แต่ต้องไม่เกิน 960 บาทต่อปีและ
3.อายุมากกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี รัฐจะสมทบจ่ายให้ 100% ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี

การจ่ายเงินให้แก่สมาชิก 
มี 2 กรณีคือ
1. กรณีที่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเพราะอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ จะได้รับบำนาญจากเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์จากเงินดังกล่าว ไปตลอดอายุขัย และคืนเงินให้กับผู้มีสิทธิรับผลประโยชน์ หากยังมีเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีของสมาชิกผู้นั้น
2. กรณีที่สมาชิกทุพพลภาพก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ สมาชิกจะขอรับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมทั้งหมดหรือบางส่วนจากกองทุนก็ได้ โดยให้ขอรับได้เพียงครั้งเดียว
ส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจะจ่ายเป็นบำนาญให้สมาชิกเมื่ออายุครบ 60 ปี ซึ่งในกรณีที่สมาชิกคงเงินไว้ในกองทุนทั้งหมดหรือบางส่วน จะนำเงินที่คงไว้นี้มาคำนวณจ่ายบำนาญด้วย
กรณีที่สมาชิกเปลี่ยนงานและทำให้สมาชิกได้รับความคุ้มครองหรือหลักประกันทางรายได้เพื่อการชราภาพตามกฎหมายอื่นที่มีรัฐหรือนายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุน หรืออยู่ในระบบบำนาญใดๆ สมาชิกสามรถคงเงินไว้ในกองทุน และคงการเป็นสมาชิกต่อไป โดยไม่ต้องจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน และรัฐไม่ต้องจ่ายเงินสมทบให้
ทั้งนี้ รัฐบาลจะรับประกันให้สมาชิกได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการนำเงินสะสมและ เงินสมทบไปลงทุนไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 12 เดือนโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์แห่งใหญ่ 5 แห่ง ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

โดยจะคำนวณเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้รับกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำดังกล่าวในวันที่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเพราะอายุครบ 60 ปี หรือเสียชีวิต

สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ใดบ้าง
1. ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
2. ธนาคารออมสิน ทุกสาขาทั่วประเทศ
3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทุกสาขาทั่วประเทศ

หลักฐานการสมัคร – บัตรประชาชน