Prime ที่แท้ทรู

วันนี้ไปธุระที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่คนหนึ่งทำบัญชี น้องเจ้าหน้าที่อีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็มาชวนสมัครสมาชิกบัตร SCB Prime มันคืออะไรไม่รู้ แต่น้องแนะนำสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ อีกทั้งยังไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี แต่เนื่องจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ อยู่นอกเหนือความจำเป็นของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการนั่งเลาจน์ VIP ในสนามบิน หรือได้อะไรพิเศษๆ เวลากินกาแฟสตาร์บัคส์ ซึ่งอย่าว่าแต่กินกาแฟเลย แค่ความสนใจจะเรียกชื่อกาแฟให้ถูก ว่าอันไหนเป็นอเมริกาโน มอคคา เอสเปรสโซ คาปูชิโน ดิฉันยังไม่มี ได้แต่ท่องไว้กันลืมว่า เวลาสั่งกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลตามร้านพวกนี้ ต้องบอกเขาว่า อเมริกาโน เท่านั้น อย่างอื่นขี้เกียจจำ
.
น้องบอกว่า น่าเสียดายถ้าจะไม่รับสิทธิ์ทำบัตรนี้ เพราะใครๆเขาก็อยากทำกันทั้งนั้น ซึ่งความจริงก็น่าสนใจ แต่ยังไม่รู้สึกว่าจำเป็น เป็นคนประหยัด วันๆไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไร แก่แล้ว เหลือเวลาหาเงินน้อยลง กลัวเป็นหนี้ เกิดรูดเพลินๆใช้จ่ายไม่คิด เห็นบิลแล้วช็อคตาย คนข้างหลังจะเดือดร้อน
.
พอน้องเห็นดิฉันเงียบๆไป ก็เสนอสิ่งที่น่าสนใจตัวอื่นมาให้ เป็นตารางกรมธรรม์เงินออม แบบฝาก 8 ปี คืนเมื่อครบ 15 ปี เบี้ยประกันต่อปีเฉียดๆสี่แสน ดูแล้วคงไม่มีปัญญาทำ
.
ที่แอบตกใจนิดนึงคือ ชื่อของบุคคลในตารางกรมธรรม์แผ่นนั้นเป็นชื่อเรา นั่นหมายถึง แบงค์เขาออกแบบแผนกรมธรรม์มาตามข้อมูลคนที่เข้ามา มีโปรแกรมคำนวณอัตโนมัติ พรินท์ออกมาได้รวดเร็วแบบสายฟ้าแลบ
.
ซึ่งความจริงก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรตกใจอะไร เพราะเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ที่ธนาคารย่อมมีข้อมูลลูกค้า แต่ที่ตกใจเพราะเจ้าหน้าที่คนที่ทำบัญชีให้เราหน้าคอมพิวเตอร์นั้น เป็นคนละคนกับเจ้าหน้าที่คนสวยที่กำลังเอาข้อมูลกรมธรรม์ที่มีชื่อเรามาเสนอขายเรา คือ เจ้าหน้าที่ขายประกัน เขาแค่นั่งอยู่ใกล้ๆคนที่ทำบัญชี โดยไม่มีคอม ไม่มีอะไรอยู่ตรงหน้าเค้าทั้งนั้น แต่สามารถเสกข้อมูลของเราผ่านพรินเตอร์ออกมาได้
.
แต่ก็เอาเถอะ จะไปคิดมากอะไรกับยุคนี้ ที่แค่เราคิดในใจว่าอยากลดความอ้วน ก็มีโปรโมชั่นฟิตเนส หรืออาหารเสริมส่งมาให้ทันทีบนหน้าจอมือถือ ราวกับมันอ่านใจเราได้ จะไปซีเรียสอะไรกับพนักงานธนาคารที่จะเปิดดูข้อมูลของเรา ทั้งที่เราไม่ได้ติดต่อเขา
.
น้องคนสวยที่ขายประกันแนะนำว่า กรมธรรม์ก่อนๆที่พี่ซื้อไว้ ครบกำหนดแล้วทั้งนั้น คือไม่ต้องส่งเบี้ยแล้วนี่คะ อย่างนี้พี่ก็เสียสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี จึงควรซื้อประกันเพิ่มค่ะ
.
ดิฉันไม่รังเกียจงานขาย ถ้ามีเวลาก็ยินดีฟังสิ่งดีๆที่ใครๆมานำเสนอทั้งนั้น เพราะเราทุกคนต่างก็ต้องทำมาหากิน เข้าใจ เห็นใจ ฟังได้ แค่ไม่มีปัญญาซื้อ ดิฉันจึงบอกน้องเขาไปตรงๆว่า รายได้ของพี่นั้นไม่มาก และรายได้ไม่แน่นอน ไม่กังวลว่าจะลดหย่อนภาษีได้น้อย แต่กังวลว่า จะมีเงินไม่พอมาจ่ายค่าประกันชีวิตรายปีเสียมากกว่า
.
น้องถามว่า คุณพี่ทำงานด้านไหนคะ ก็บอกไปว่า “พี่เป็นนักเขียน และทำงานรับจ้างเล็กๆน้อยๆ”
น้องทำตาโต “อ้าว…คุณพี่เป็นดาราไม่ใช่หรือคะ หนูยังเห็นพี่แว๊บๆในละครอยู่เลย”
.
ดิฉันหัวเราะก๊าก “น้องคะ พี่เป็นนักแสดงสมทบ และเป็นแค่มือสมัครเล่นค่ะ ไม่ได้เป็นดารา
ถ้าจะเรียกว่าดารา น้องต้องเห็นพี่ แล้วเรียกพี่ด้วยชื่อเล่นบวกชื่อจริงได้อย่างถูกต้อง เช่น อั้ม พัชราภา, แอฟ ทักษอร หรือ หม่ำ จ๊กมก นั่นแหละค่ะ
และดาราที่รายได้มั่นคงระดับสมัครบัตรเครดิตหรูๆ หรือซื้อประกันเล่นๆได้ปีละหลายกรมธรรม์ นี่ก็ต้องดังระดับนึง ซึ่งพี่นี่ไม่ใกล้เคียงเลยค่ะ
ถ้าเมื่อไหร่น้องเห็นพี่ใส่แว่นดำไปซื้อหอยทอดที่ตลาดบางจาก แล้วกรี๊ดจำได้ว่า พี่กุ้ง วรรณศิริ … นั่นแหละค่ะ พี่ถึงจะซื้อประกันได้ตามชอบใจ”
.
แม้ดิฉันจะไม่แสดงสัญญาณซื้อใดๆ และน่าจะเป็นเหตุให้เธอผิดหวัง แต่ที่น่าประทับใจคือ ท่าทางกระตือรือร้น ความตั้งใจที่จะอยากขายอะไรให้ได้สักอย่างของน้องพนักงานแบงค์คนสวยไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มและแววตามุ่งมั่นที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ยังชัดเจนอย่างน่าชื่นชม ซึ่งดิฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า คนที่ทำอาชีพเสนอขายอะไรให้คนได้จนประสบความสำเร็จนี่เขาช่างเก่งจริงๆ
.
งานขายเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ คนที่เรียนสถาปัตย์หรืองานออกแบบต่างๆนั้น ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานขายหรือการตลาดเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมากจะรอให้ลูกค้าเดินมาจ้าง หรือตามหาเราเองในโลกกว้าง เมื่อเขาจำเป็นต้องใช้เรา บางทีก็อาศัยการบอกต่อ หรือดูเอาจากผลงานเก่า ทั้งที่ความจริง งานของนักออกแบบมีความจำเป็นต่อผู้บริโภคทั้งทางตรงทางอ้อม ไม่น้อยกว่าความจำเป็นที่จะต้องมีบัตรเครดิตหรือประกันชีวิตเลย
.
แต่ด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพ หรือมารยาทอะไรต่างๆในวงการวิชาชีพด้านนี้ เขาไม่ค่อยโอเคกันกับการทำการตลาดเชิงรุก หรือการขายแบบเป็นจริงเป็นจัง ทำให้การขายในวงกว้างเป็นเรื่องยาก การสื่อสารให้คนเข้าใจในวิชาชีพยิ่งเป็นไปได้น้อย จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนเรียนออกแบบจำนวนมาก เมื่อจบแล้วไม่ค่อยได้ทำงานเป็นนักออกแบบโดยตรง ผันไปทำอย่างอื่นเสียมาก เหลือคนทำออกแบบในสายตรงตามที่เรียนมาแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งในคนที่เรียนมาแล้วเฉไฉไปทำอย่างอื่น ทุกวันนี้ พ่อแม่ถามว่า ทำอาชีพอะไรยังอธิบายไม่ถูก เผลอๆก็อยากตอบว่า รับจ้างทั่วไป
.
เมื่อการทำธุรกรรมสิ้นสุด ดิฉันเก็บข้าวเก็บของเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอาการว่าจะตอบสนองต่อการขายใดๆทั้งนั้น น้องคนขายประกันยังคงคึกคัก ให้เอกสารมาดูที่บ้าน และขอเบอร์โทร แต่ดิฉันปฏิเสธที่จะบอก
.
ที่ไม่ได้บอกเบอร์โทร ไม่ใช่ว่าหยิ่ง แต่เพราะเห็นว่า น้องเค้ารู้ข้อมูลเราละอียดขนาดนี้ ในฐานข้อมูลแบงค์บอกอะไรๆเกี่ยวกับเราไว้หมดทุกอย่างแล้ว ลูกกี่คน อายุเท่าไหร่ บ้านอยู่ไหน ฯลฯ ถ้าน้องอยากโทรหาพี่จริงๆ น้องก็คงหาเบอร์พี่เองได้ไม่ยาก
.
ตั้งใจว่า ถ้าน้องคนนั้นหาเบอร์ดิฉันเจอ และโทรมาหาจริงๆ จะชวนน้องมาทำงานด้วย ให้เป็นฝ่ายขายแบบฟรีแลนซ์ เพราะน้องก็จะมีฐานข้อมูลลูกค้ารายใหญ่ๆอยู่ในมือมากมาย ใครมากู้แบงค์ไปทำโครงการอะไรก็คงรู้หมด อยากขายงานใคร ก็เจาะหาคนนั้นไปเลย น่าจะเป็นผลยิ่งกว่า การขายตรง ที่เป็นแบบธุรกิจเครือข่าย
การโทรไปเสนอขายที่เจาะตรงเป้าแบบนี้เรียกว่า ซูเปอร์ขายตรง น่าจะเหมาะ
.
ใครที่หลงอ่านถึงบรรทัดนี้แล้ว อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย เศรษฐกิจแบบนี้ งานขายต้องมา ดิฉันขอขายมั่งละกันฮ่ะ

บริษัทอีชั้นชื่อ www.dp-studio.com นะคะ คลิกเข้าไปดูกันค่ะ
เผื่อใครมีอะไรจะจ้าง หรือจะซื้อไปทั้งบริษัท เราก็ขาย
.
ฟุ้งซ่านรายวัน 555+