อยากมีแฟนรวย…เทคนิคการตลาด ช่วยได้

เป็นเรื่องจริงที่เงินซื้อความรักไม่ได้ แต่การมีแฟนรวยก็ดีกว่ามีแฟนจน คนเป็นพ่อแม่ ถ้าลูกได้คู่ที่ฐานะมั่นคง ก็สบายใจว่า เขาจะสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ไม่เดือดร้อน ใครอยากมีแฟนรวยกว่าหรืออย่างน้อยก็รวยเสมอกัน เชิญทางนี้

การตั้งเป้าอยากได้อะไรสักอย่าง ต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ที่ดี เหมือนการทำธุรกิจ เมื่อกำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า การมีคู่รักหรือคู่ชีวิตรวยๆจะนำมาซึ่งความสะดวกสบายในชีวิตอย่างยั่งยืน (ย้ำว่าเป็นความสบาย = comfort คนละคำกับ ความสุข= happiness)  สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ปรับวิธีคิดให้เป็นเหตุเป็นผล มองสถานการณ์ที่เป็นอยู่ด้วยความเป็นจริง เพื่อประเมินความเป็นไปได้ และวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองใช้ swot analysis วิเคราะห์ ว่าตัวเองมีจุดอ่อน-จุดแข็งตรงไหน มีสิ่งใดเป็นโอกาสและมีสิ่งใดเป็นความเสี่ยง

เล็งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่นเดียวกับการค้า คุณต้องตั้งเป้าว่า จะขายใคร จะมียอดขายหรือกำไรเท่าไหร่ ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ การหาแฟนรวยก็ต้องมีจุดหมายที่ชัดเจนว่า เป็นคนรวยระดับไหน มีลักษณะอย่างไร เพื่อที่จะได้ชี้เป้าให้ถูกว่า จะไปตามหาคนพวกนี้ได้แถวไหน และจะหาทางเข้าไปในพื้นที่เป้าหมายยังไง เพราะเราไม่สามารถตกปลาซัลมอนได้ที่คลองแสนแสบ และเมื่อเราถามมหาเศรษฐีว่า ทำไงเขาถึงขายของได้เยอะ คำตอบก็คือ Location-Location-Location

สิ่งสำคัญคือ Positioning ด้วยวิธีคิดแบบเดียวกับวิธีทำการตลาด คุณต้องวางตำแหน่งตัวเอง ให้อยู่ในระดับที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย  สมมุติคุณรู้แล้วว่า คุณอาจเจอคนรวยได้ที่โชว์รูมรถสปอร์ต แต่หาก positioning ของคุณเป็นรปภ.ประจำโชว์รูม ตำแหน่งของคุณย่อมเสียเปรียบเซลล์ขายรถ หรือลูกเจ้าของโชว์รูมแน่ๆ

การวาง Positioning ที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ก็เมื่อคุณมั่นใจว่า มี Product ที่ดีพอ คุณจึงต้องวิจัยและพัฒนา – R&D (Reserch and Development) ศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด และพัฒนาตัวเอง อันเปรียบได้กับการพัฒนา Product ให้ตรงความต้องการลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่า เป็นสิ่งที่ต้องลงทุนเพิ่ม ส่วนจะมากน้อยขึ้นอยู่กับว่า คุณมีต้นทุนเดิมติดตัวมามากแค่ไหน บางคนอาจต้องไปเรียนโทเพิ่ม บางคนอาจต้องไปทุบกราม เหลาดั้ง ทำนม บางคนอาจต้องไปกู้แบงค์มาจ่ายค่าเรียนขี่ม้า หัดตีกอล์ฟ ฯลฯ อย่าไปคิดว่า เป็นเรื่องของบุญวาสนาที่ไม่อาจต่อต้านหรือแข่งขันได้ ขอให้คิดเสมอว่า ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน ทำดีได้ดีหรือเปล่าไม่รู้ แต่ทำมากย่อมดีกว่าทำน้อย การได้ตื่นขึ้นมาทำฝันให้เป็นจริง หรืออย่างน้อยก็เกือบจริง ดีกว่านอนฝันเพ้อเจ้อไปจนแก่

Pricing – คนรวยส่วนมากนิยมเลือกใช้ของที่คนจนรู้สึกว่า “แพง” เพราะคนรวยรู้ว่า ราคาที่สูงมาจากต้นทุนที่สูง เขาซื้อของที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี รู้สึกคุ้มค่า หรือคิดว่าคู่ควรกับตัวเอง ใครจะคิดว่าเราไม่ควรเอาคุณค่าของคนไปเปรียบกับสิ่งของก็ช่างเถอะ แต่ลองเปรียบเทียบดูว่า ถ้าคุณเป็นรถสักคันหนึ่ง คุณคือรถยี่ห้ออะไร ทั้งในแง่ความสวยงาม สมรรถนะ ราคา และภาพลักษณ์ ลองตอบตัวเองแบบไม่ขี้โกง แล้วเอามาประเมินว่า คุณเป็นรถระดับไหน ราคาขายประมาณเท่าไหร่ เพราะคุณภาพและราคาทุนของรถแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิต ต้นทุนการตลาด หรือต้นทุนทางสังคม ก็จะตอบโจทย์คนขับในระดับที่คู่ควรกัน

เมื่อคุณพัฒนาตัวเองจากรถปิคอัพมาเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนสำเร็จแล้ว คำถามต่อมาคือ…ทำอย่างไร คุณจึงจะโดดเด่นเหนือรถสปอร์ตคันอื่นๆ บนถนนสายเดียวกัน

ขั้นตอนนี้คือ Promotion ซึ่งสำคัญและซับซ้อน ต้องทำทั้งแบบหว่านและแบบไดเร็ค โดยทำให้ลูกค้าในตลาดระดับเท่าๆกันรู้ว่า คุณมีดีอย่างไร ในขณะเดียวกันก็ต้องเจาะตรงเข้าไปหาลูกค้าเป้าหมายด้วย เมื่อลูกค้าเป้าหมายเริ่มสนใจคุณ เริ่มพูดถึงคุณกับคนอื่นๆ และได้รับการยอมรับในชื่อเสียงดีๆของคุณจากคนในสังคมเดียวกับเขา เหมือนใส่นาฬิกาหรูแล้วเพื่อนรวยๆ ร้องว้าว !!!  คนใส่นาฬิกาก็ภูมิใจ โอกาสหวานๆก็เป็นของคุณสถานเดียว

ข้อมูลครบแล้ว เหลือแค่ลงมือทำ จะรอช้าอยู่ไย…ลุยเลยสิ