ภาครัฐต้องช่วยประชาชนอย่างไรในวิกฤตโรคระบาด

ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ แม้จะมีผลกระทบต่อทุกคน แต่ถ้ามองความเป็นจริงแล้ว บางคนเดือดร้อนเพราะสะดวกสบายน้อยลง รวยน้อยลง ในขณะที่บางคนนั้นเดือดร้อนถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว ขนาดที่ต่อให้แจกข้าวแจกน้ำฟรีทุกเขต ทุกตำบล บางคนอาจไม่มีแม้แต่เงินค่ารถออกไปรับของแจก


.
ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครเห็นด้วยกับนโยบายแจกเงิน เพราะเป็นนโยบายที่เสี่ยงมากต่อการทุจริต เนื่องจากตรวจสอบได้ยากว่า จ่ายจริงไหม จ่ายให้ใครไปบ้าง แต่มาถึงจุดนี้ ที่การตกงานของคนมากมายทั่วประเทศกลายเป็นเรื่องจริงแล้ว ภาครัฐต้องหาวิธีที่จะช่วยเหลือคนเดือดร้อนมากได้จริงๆ โดยด่วน
.
1. เพราะในเวลาที่บางคนแค่อดเที่ยว อดสนุกนั้น บางคนกำลังจะอดตาย รัฐควรมีระบบตรวจสอบว่า แรงงานในระบบที่เคยมีรายได้ 100% แล้วกลายเป็นเหลือ 0% นั้นมีกี่คน อย่างน้อยที่สุดต้องมี #ค่ากิน ให้เขาอย่างน้อย2 มื้อต่อวัน ประมาณวันละ 50 บาทต่อหัว พอซื้อแกงหนึ่งถุง 30 บาท ไข่สองฟอง 10 บาท และข้าวสองจาน 10 บาท
ให้เขามีกินอย่างน้อย 30 วัน เพราะถ้าเขาไม่มีกิน เขาจะต้องเดินทางกลับบ้านนอก ไปขออาศัยครอบครัวที่ต่างจังหวัด หากมีคนติดเชื้อ เชื้อจะแพร่ไปทั่วประเทศ
.
2. กทม. และจังหวัดที่มีความเสี่ยง ต้องลดการสัญจรออกนอกบ้านของประชาชน โดยจัดรถหน่วยบริการเคลื่อนที่ออกไปแจกของกินและของใช้จำเป็น สำหรับคนที่มีความลำบาก ไม่ควรตั้งศูนย์ให้คนออกมารวมตัวเข้าคิวรับของแจก
.
3. ค่าเช่าที่อยู่อาศัย หอพัก อพาร์ทเม้นท์ ต้องมีมาตรการช่วยเหลือคนตกงาน ถ้าเขาตกงานไม่มีรายได้ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า เขาก็ต้องย้ายกลับบ้านนอก รัฐต้องช่วยเรื่องที่อยู่อาศัย โดยทำ application ให้เจ้าของอาคารที่เป็นหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ มาลงทะเบียนออนไลน์ แจ้งจำนวนผู้พักอาศัย แล้วให้ผู้พักอาศัยที่มีหลักฐานว่าตกงานหรือถูกเลิกจ้าง ส่งข้อมูลมาประกอบ เพื่อยืนยันตามข้อเท็จจริง ให้รัฐช่วยเหลือเยียวยาในส่วนที่อยู่อาศัยบางส่วน คนเช่าจะได้ไม่ต้องย้ายออก ในขณะเดียวกัน ผู้ให้เช่าก็ต้องช่วยลดค่าเช่าส่วนหนึ่งด้วย
.
4. จัดหางานให้กลุ่ม แรงงานไร้ฝีมือ ลูกจ้างรายวัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ลำบากมากที่สุด โดยการสร้างงานของภาครัฐ เช่น งานพัฒนาพื้นที่ งานขุดลอกคลอง งานก่อสร้าง งานด้านเกษตรกรรม งานภูมิทัศน์ ฯลฯ เพื่อสร้างรายได้ -​ สร้างงาน
.
5. รัฐต้องทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานขอความร่วมมือกับภาคธุรกิจและแหล่งทุน ในการหยิบยื่นความช่วยเหลือ ผ่อนปรนภาระค่าใช้จ่าย หนี้สิน ให้กับแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤต และในขณะเดียวกัน รัฐต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไม่ให้ธุรกิจขาดทุนจนถึงขั้นต้องปิดกิจการ ซึ่งจะทำให้คนตกงานเพิ่มมากขึ้น
.
6. แม้หลายฝ่ายมองว่า ภาครัฐไม่ควรใช้เงินภาษีของประชาชนมาพยุงราคาหุ้น เพราะเป็นการช่วยคนรวย แต่อย่าลืมว่า ภาครัฐต้องทำหน้าที่กำกับดูแลสถานการณ์ในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ให้เกิดภาวะ “สิ้นชาติ” เพราะในภาวะที่ราคาหุ้นลงแรง อาจมีโอกาสสูงที่ทุนต่างชาติจะเข้ามาซื้อหุ้นพื้นฐานหลักจำนวนมาก จนทำให้ผู้ประกอบการชาวไทยรวมถึงภาครัฐที่เป็นเจ้าของเดิม สูญเสียสิทธิ์ในการบริหาร ลองคิดดูว่า ถ้าหุ้น ปตท หุ้นการท่าอากาศยาน หุ้นการบินไทย มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น นักลงทุนจีน อเมริกา หรือ ตะวันออกกลาง อนาคตเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร
.
7. ช่วงนี้ ประเทศชาติไม่ได้มีภาวะศึกสงคราม แรงงานทหารในหน่วยต่างๆ ที่ไม่ได้มีภารกิจออกไปสู้รบกับใคร ควรเอามาช่วยรักษาความปลอดภัยตามจุดสำคัญต่างๆ และช่วยทำความสะอาดเมือง ฉีดพ่น ฆ่าเชื้อโรค รวมถึงจัดตั้งหน่วยแพทย์และกู้ภัยฉุกเฉิน เพราะทหารนั้นมีระเบียบวินัยและความรู้จากการฝึกฝนในกองทัพมาแล้ว จะช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤตได้ดีกว่าการไปโยนหน้าที่ให้จิตอาสาหรือป่อเต็กตึ้ง​ รวมถึงช่วยเป็นหูเป็นตาร่วมกับตำรวจไม่ให้เกิดเรื่องร้ายๆขึ้น จากการกระทำข​อ​งผู้ฉวยโอกาสหรือโจรผู้ร้ายที่ชุกชุมในยามข้าวยากหมากแพง
.
8. รัฐบาลต้องโยกงบประมาณในส่วนที่เป็นความฟุ่มเฟือยไร้สติทั้งหลาย มาเป็นงบแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ก่อนหน้านี้ เวลาภาครัฐใช้เงินภาษีของเราไปทำอะไรที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์ และประชาชนไม่เห็นด้วย คนส่วนใหญ่ก็จะหลับหูหลับตาทนๆไป แต่ในสภาวะแบบนี้ ไม่มีใครพร้อมทน ถ้าภาครัฐปรับพฤติกรรมได้เร็ว ก็จะทำให้มีเงินช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น ลดความรู้สึกในทางลบ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้มากขึ้น
.
9. ในสภาวะแบบนี้ ชนชั้นกลางน่าสงสารมาก เพราะจะจนก็ไม่จน จะรวยก็ไม่รวย จะไปรับสิทธิ์ช่วยเหลือคนจนก็ไม่ได้เพราะไม่จนพอ จะลอยตัวเหนือสถานการณ์แบบคนรวยก็ไม่ได้เพราะไม่รวยพอ จึงอยู่ในสภาวะหน้าชื่นอกตรม รายได้มามั่งไม่มามั่งหรืออาจหายไปเลย แต่รายจ่ายคงที่ ดังนั้นแม้รัฐจะยังช่วยคนชั้นกลางในการชดเชยรายรับไม่ได้ รัฐก็ต้องช่วยลดรายจ่ายให้พวกเรา ผ่านทางค่าสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ เช่น ลดค่าน้ำค่าไฟ ลดภาษีต่างๆ ช่วยพักชำระหนี้ ฯลฯ อย่างน้อยที่สุด ก็จะช่วยลดภาระในการสู้ชีวิตให้บรรเทาลงได้ส่วนหนึ่ง

เขียนเมื่อ 12 มี.ค. 2563
#monstermom

#covid19 #ปิดเมือง